เรียนคณะไหนได้ไปทำงานต่างประเทศ?

เรียนคณะไหนได้ไปทำงานต่างประเทศ?

เรียนคณะไหนได้ไปทำงานต่างประเทศ? เชื่อว่าหลายๆคนคงจะมีความฝันที่อยากจะไปทำงาน หาเงินที่ต่างประเทศ เพราะอย่างที่รู้ๆกันอยู่เเล้วว่า ต่างประเทศได้เงินดีกว่าบ้านเราเเน่นอน ด้วยค่าเงินที่สูงกว่า จึงทำให้คนไทยอยากที่จะเข้าไปทำงานมากมาย เเต่การจะไปทำงานที่ถูกกฎหมายนั้น เราจะต้องมีความรู้มากพอ เเละที่สำคัญ คุณต้องได้ภาษาด้วย ดังนั้นวันนี้เราจึงได้นำข้อมุลเกี่ยวกับด้านการศึกษามาฝากทุกคน ถ้าหากคุณต้องการที่จะไปทำงานที่ต่างประเทศ คุณจะต้องเข้าศึกษาไหนคณะไหนถึงจะมีโอกาสได้ไปเเละมีการงานที่ดีมั่นคง ไปดูกันเลยว่ามีคณะไหนบ้าง

1. คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม

คณะนี้เป้นคณะที่จะต้องทำงานเกี่ยวกับชาวต่างชาติเป็นหลักๆ อยู่เเล้ว บ้างคนได้ไปเป็นไกด์ เเต่ส่วนใหญ่ก็ได้ไปทำงานที่โรงเเรมตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งในประเทศ เเละต่างประเทศ

การท่องเที่ยวและการโรงแรมคืออะไร ?

การท่องเที่ยวและการโรงแรมเป็นส่วนหนึ่งทิ่ยิ่งใหญ่ต่อเศรษฐกิจของประเทศ เพราะเป็นสาขาที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก แถมคนเรียนเองก็อาจจะไปทั่วทุกมุมโลกด้วยเหมือนกัน วันนี้มาดูกันดีกว่าว่าถ้าจบหลักสูตรการท่องเที่ยวและการโรงแรมแล้วไปทำอาชีพอะไรได้บ้าง และทำความรู้จักกับสาขานี้กันให้มากขึ้น

หลายต่อหลายคนเลือกเรียนหลักสูตรการท่องเที่ยวและการโรงแรมเพราะต้องการที่จะเที่ยวรอบโลก ซึ่งก็เป็นเหตุผลที่พอเข้าใจได้ (แต่ก็ไม่ควรจะเป็นเหตุผลเดียวที่คุณเลือกเรียนหลักสูตรนี้! ) คุณสามารถเดินทางไปยังสถานที่หรูหรา มีชื่อเสียงและเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของคนทั่วโลก โดยที่มีคนจ่ายเงินให้คุณ! (มันจะฟังดูเพอร์เฟคต์เกินไปแล้ว!)

คนบางคนเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์พิเศษในการทำให้คนรอบข้างรู้สึกสบายใจแม้จะเพิ่งรู้จักกัน มันอาจฟังดูง่าย แต่จริงๆแล้วมันไม่ง่ายเลย ! เพราะนอกจากการทำให้ลูกค้าพอใจแล้ว ยังต้องมีความสามารถในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอีกด้วย! การเรียนหลักสูตรการท่องเที่ยวและการโรงแรมเป็นเส้นทางในอุดมคติของผู้ที่ชื่นชอบในงานบริการ หากคุณเป็นคนที่อยากจะหลีกเลี่ยงการทำงานในออฟฟิศเดิมกับผู้ร่วมงานเดิมๆทุกวัน

การทำอาชีพด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรมนั้นเป็นงานที่จะทำให้คุณพบเจอสิ่งใหม่ๆและผู้คนหน้าใหม่ เนื่องจากจะมีลูกค้าที่ล้วนแล้วแต่คาดหวังในการบริการที่ดีเยี่ยมเข้ามาหาคุณตลอดทุกวันเลยค่ะ ซึ่งลูกค้าของคุณก็อาจเป็นเศรษฐีหรือดาราดังด้วย ! ชีวิตการทำงานด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรมจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ดังนั้นคุณจะรู้สึกมีชีวิตชีวาเพราะได้เจอกับสิ่งท้าทายอยู่เสมอ

2. คณะเชฟทำอาหาร

2. คณะเชฟทำอาหาร

คณะนี้เป้นคณะที่เรียนเกี่ยวกับการทำอาหาร หรือเป็นหลักสูตรสอนเกี่ยวกับการเป็นเชฟโดยเฉพาะ อาชีพนี้เป็นอาชีพที่มีความสามารถเพราะจะต้องทำอาหารให้ถูกปากชาวต่างชาติด้วย อาชีพนี้สามารถอยู่ได้ทั่วโลก

 

การเรียนทำอาหารในไทยและต่างประเทศ

การทำอาหารนั้นไม่ใช่แค่จับโยนใส่กะทะแล้วก็ใส่จานกิน การปรุงอาหารถือเป็นศาสตร์อย่างหนึ่งที่ต้องได้รับการฝึกหัด เรียนรู้และมีใจรักถึงจะทำได้ดี เราได้ข้อมูลที่เรียนที่ฟังดูหรูหรามา คือที่ เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต ที่สามารถเรียนที่เมืองไทยได้ ค่าเรียนหรือหลักสูตรลองเข้าไปดูที่เว็บไซต์ของสถาบันได้เลย

 

เรียนทำอาหารต่างประเทศ

ก่อนอื่นถามตัวเองว่าอยากเรียนทำอาหารแนวไหน อยากเรียนเชฟ เรียนการจัดการ ธุรกิจร้านอาหารอื่นๆ รึเปล่า เพราะแต่ละหลักสูตรก็มีรายละเอียดต่างกัน ถ้ามาเรียนต่างประเทศยิ่งมีคอร์สให้เลือกเยอะมาก ซึ่งมันละเอียดอ่อนมาก เอาเป็นว่าเราจะมาอธิบายคีย์เวิร์ดเพื่อไปหาต่อง่ายๆ และเดี๋ยวไปแนะนำมหาวิทยาลัยด้านล่างกัน

 

สายเน้นด้านโรงแรม

Hotel Management = การบริหารจัดการโรงแรม มีหลักสูตรเกี่ยวกับการทำอาหารและการจัดการ ค่อนข้างเน้นด้านบริหารมากกว่าทำอาหาร

Catering = คล้ายๆ กับด้านบน โฟกัสอาหารมากกว่า แต่จะเป็นด้านอาหารและการจัดเลี้ยง เน้นทำงานสายภัตตาคารและโรงแรม หรือการจัดอาหารให้หมู่คณะ

 

สายทำอาหาร

Culinary & Cookery = เน้นด้านการทำอาหาร ขั้นตอนต่างๆ มากกว่าด้านการบริการ ใครอยากเป็นเชฟ ทำงานในครัวอย่างเข้มข้น ต้องมาสายนี้เลย

3. คณะธุกิจทางการบิน

3. คณะธุกิจทางการบิน

สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการบิน มุ่งเน้นให้นักศึกษามีความรู้ ความสามารถ และทักษะการประกอบการที่เกี่ยวข้อง กับอุตสาหกรรมการบินและธุรกิจ ได้แก่ การบริการผู้โดยสารบนเครื่องบิน การบริการภาคพื้นในท่าอากาศยาน การบริการอาหารและเครื่องดื่ม การบริการขนส่งสินค้า ความปลอดภัยในการบิน รวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการบินอื่น ๆ ควบคู่กับมีความรู้พื้นฐานด้านบริหารธุรกิจที่เพียงพอต่อการประกอบอาชีพในธุรกิจการบิน และทั้งนี้ผู้ศึกษาต้องมีความรู้และทักษะเกี่ยวกับภาษาทั้งภาษาอังกฤษและภาษาที่สาม รวมถึงทักษะการสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการสื่อสารอีกด้วย

 

เพื่อฝึกทักษะการปฏิบัติงานในตำแหน่งต่างๆ เช่น การบริการผู้โดยสารบนเครื่องบิน การบริการผู้โดยสารภาคพื้น การสำรองที่นั่ง การคิดราคา และการออกบัตรโดยสาร นอกจากนี้ ภาควิชายังมีความสัมพันธ์อันดีกับธุรกิจสายการบินและธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพิ่มประโยชน์ให้นักศึกษานำความรู้จากการเรียนไปประยุกต์ใช้กับสถานที่จริงระหว่างการฝึกงานเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างมืออาชีพ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม gang3cha

จบไปทำงานอะไรได้บ้าง

  • พนักงานบริการและต้อนรับบนเครื่องบิน (แอร์โฮสเตส และสจ๊วต)
  • เจ้าหน้าที่บริการและต้อนรับภาคพื้น
  • เจ้าหน้าที่ฝ่ายขนส่งสินค้าทางอากาศ เจ้าหน้าที่แผนกคลังสินค้าทางอากาศ (Air Cargo)
  • เจ้าหน้าที่ในองค์การและธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสายการบิน เช่น การท่าอากาศ ยานแห่งประเทศไทยกรมศุลกากรกรมการบินพลเรือน สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง
  • เจ้าหน้าที่แผนกสำรองที่นั่งและจัดจำหน่ายบัตรโดยสารของบริษัท ตัวแทนการท่องเที่ยว ตัวแทนส่งเสริมการตลาดสายการบิน ชิปปิ้งสายการบิน
  • ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เพื่อเป็นอาจารย์สถาบันการศึกษา หรือวิทยากรบรรยายทางด้านธุรกิจการบิน
4. คณสถาปัตยกรรมศาสตร์

4. คณสถาปัตยกรรมศาสตร์

งานสถาปนิกถือได้ว่าเป็นงานสากลโลก เพราะไม่ว่าประเทศไหนก็จะต้องมีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างขึ้นมาทุกที่ทุกเเห่งเเน่นอน ดังนั้นอาชีพนี้ถือถ้าเด็กคนไหนมีทักษะที่สูงๆ ภาษาได้ รับรองได้เลยว่ามีโอกาสที่จะได้ไปทำงานต่างประเทศเเน่นอน

 

สถาปัตยกรรมเป็นสาขาวิชาที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ผู้เรียนจะได้ศึกษาเกี่ยวกับการออกแบบอาคาร ซึ่งต้องคำนึงถึงเรื่องความสวยงามและความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมควบคู่กันไป งานออกแบบของสถาปนิก นอกจากจะเป็นไปเพื่อประโยชน์ใช้สอยแล้ว ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

 

สถาปัตยกรรมยังนับเป็นศิลปะชิ้นสำคัญที่สะท้อนวัฒนธรรมของแต่ละยุคสมัย พัฒนาการของสถาปัตยกรรม ตั้งแต่ปิรามิดโบราณของอียิปต์ จนมาถึงสถาปัตยกรรมของยุโรปในยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ หรือที่เรียกกันว่ายุคเรอเนซองส์ ล้วนมีสิ่งก่อสร้างเกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบ ซึ่งกลายมาเป็นแรงบันดาลใจของนักออกแบบจนถึงทุกวันนี้

อาชีพเเละโอกาสในการทำงาน

  • บัณฑิตส่วนใหญ่นิยมจบไปทำงานเป็นสถาปนิก ค่าเฉลี่ยรายได้เริ่มต้นของสถาปนิกในประเทศอังกฤษอยู่ที่ประมาณ 15,000-20,000 ปอนด์ต่อปี (ประมาณ 700,000-950,000 บาท) และจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามประสบการณ์ สถาปนิกจบใหม่หลายคนนิยมไปทำงานที่ประเทศนอร์เวย์ สวิซเซอร์แลนด์ บราซิล อินเดีย จีน และออสเตรเลีย
  • นอกจากงานออกแบบอาคารแล้ว สถาปนิกยังนิยมทำงานในอุตสาหกรรมก่อสร้าง การวางผังเมือง หรือเป็นช่างสำรวจรังวัดอาคารกันอย่างแพร่หลาย และหากอยากทำงานให้กับองค์ที่ไม่แสวงหากำไร สถาปนิกก็สามารถทำงานกับองค์การอนุรักษ์แห่งชาติ ในบทบาทการช่วยรักษาบูรณะสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ได้อีกด้วย
  • หลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตร์ จะสอนเรื่องกฎหมาย ประวัติศาสตร์ของแต่ละวัฒนธรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ และการจัดการ ให้แก่นักศึกษาด้วย ดังนั้น เมื่อจบการศึกษาแล้วจึงสามารถผันตัวไปทำงานด้านอื่นที่เกี่ยวข้องกับทักษะเหล่านี้ได้ หากไม่ต้องการทำงานด้านสถาปัตย์โดยตรง

5. คณะวิศวะกรรมศาสตร์

เป็นคณะที่มีโอกาสสูงมากที่ทางมหาลัยจะส่งไปดูงานที่ต่างประเทศ หรือที่ต่างประเทศ เพราะบริษัทที่วิศวกรเข้าไปทำงานมักจะเป็นบริษัทข้ามชาติเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะประเทศอเมริกา

 

อเมริกาเป็นประเทศที่ทุ่มเงินมหาศาลให้กับงานวิจัยทางวิศวกรรม เป็นประเทศแรกที่ส่งคนไปเหยียบดวงจันทร์ คิดค้นระเบิดปรมาณูช่วยยุติสงครามโลก สร้างรถไฟข้ามทวีปและถนนคุณภาพดีขับรถได้เพลิดเพลิน สร้างคอมพิวเตอร์และไอทีที่เปลี่ยนอนาคต ประดิษฐ์ยานยนต์ที่คนใช้กันทั่วโลก และยังเป็นผู้นำด้านวิศวกรรมอื่นๆ ที่มีความสำคัญอีกมากมาย เช่น วิศวกรรมชีวภาพ ปิโตเลียมน้ำมัน สิ่งแวดล้อม การแพทย์ เหมืองแร่ เป็นต้น

 

มหาวิทยาลัยในอเมริกามีคณะวิศวกรรมศาสตร์ให้เลือกหลากหลายจนตาลาย มีสาขาให้เลือกตามความถนัดและสนใจ เงื่อนไขการสมัครเรียน ค่าใช้จ่าย ความยากง่ายมีหลายระดับ มีสอนตั้งแต่ปริญญาตรีถึงเอก

 

นักศึกษามีความหลากหลายทั้งทางชาติพันธุ์ เช่น คนขาว คนดำ และคนเอเชียซึ่งมักจะเรียนได้ดีเด่นเป็นที่อิจฉาของเพื่อนร่วมห้อง อีกทั้งผู้หญิงเรียนวิศวกรรมศาสตร์ก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะสาขาสิ่งแวดล้อม ชีวเวช-การแพทย์ เคมี

 

วิศวกรในอเมริกานั้นขาดแคลนอย่างยิ่ง ทุกสาขาจบแล้วมีงานทำ เงินเดือนจัดว่าสูงเทียบกับปริญญาด้านอื่นๆ และเทียบกับวิศวกรที่อื่นของโลก เฉลี่ย USD 50,000 – 100,000 ต่อปี (ปริญญาตรี) จบแล้วได้วีซ่าฝึกงานแบบพิเศษอยู่ได้สองปี และเมื่อสมัครงานนายจ้างสามารถดำเนินการขอวีซ่าทำงานด้านวิศวกรให้กับนักศึกษาต่างชาติที่จบวิศวกรรมได้ไม่ยากเพราะรัฐสนับสนุนและต้องการคนทำงานสาขานี้

 

ส่วนสาเหตุที่คนอเมริกันไม่ค่อยเรียนวิศวกรรมศาสตร์นั้น คาดว่าเพราะค่านิยมที่อยากเป็นผู้บริหาร เป็น CEO มากกว่า สาขาวิศวะฯ นี้เรียนยาก มีวิชาเลขและคำนวณซึ่งคนเมกันไม่ถนัด จบแล้วต้องทำงานใช้มือ เช่น หยอดเคมีในห้องแล็บ ซ่อมเครื่องกล ประดิษฐ์อุปกรณ์ ซึ่งคนเมกันไม่ถนัดอีกเช่นกัน

 

เเละคณะทั้งหมดที่เราได้กล่าวมานั้นถือได้ว่าเป็นคณะที่เรียนยาก เเต่ถ้าหากเรียนจบไปได้เชื่อเถอะว่าคุณคุ้มค่าเเน่นอน เพราะเป็นอาชีพที่ถือได้ว่าทำงานที่ต่างประเทศ หรือในประเทศเราเองได้เป็นอย่างดี