“ออกกำลังกาย” ทำไมถึงเหนื่อยผิดปกติ

“ออกกำลังกาย” ทำไมถึงเหนื่อยผิดปกติ

ออกกำลังกาย” ทำไมถึงเหนื่อยผิดปกติ ในยุคที่เทรนด์รักสุขภาพมาแรง แบบฉุดไม่อยู่ คนจำนวนไม่น้อย หันมาดูแลเรื่องอาหารการกิน และเริ่มให้ความสนใจ เกี่ยวกับการออกกำลังกายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเกิดความรู้สึกเหนื่อย ในขณะที่ออกกำลังกาย ถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากคุณรู้สึกเหนื่อยมากกว่าปกติทั้ง ๆ ที่ออกกำลังกายแบบเดิม ร่างกายอาจกำลังต้องการบอกอะไรกับคุณก็ได้ เราลองมาดูพร้อมกันดีกว่า ว่าอาการที่ว่านี้ เกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง

“ออกกำลังกาย” ทำไมถึงเหนื่อยผิดปกติ เราไปดูกันเลย

นอนไม่เพียงพอ

1. นอนไม่เพียงพอ

การนอนไม่เพียงพอ อาจเป็นตัวการที่ทำให้คุณหมดแรงได้ง่าย ในระหว่างออกกำลังกาย เพราะร่างกายของเรา หลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล และฮอร์โมนอะดรีนาลีน ออกมามากขึ้นเมื่อนอนน้อย ฮอร์โมนเหล่านี้ สามารถทำให้เกิดภาวะเครียด ต่อเนื่องในร่างกาย ซึ่งจะไปลดความสามารถ ในการฟื้นฟูร่างกาย อย่างไรก็ตาม นอกจากคุณจะนอนให้เพียงพอแล้ว ก็อาจใช้วิธีทำสมาธิ เพื่อให้ร่างกาย และจิตใจสงบลง ซึ่งมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า การทำสมาธิสามารถทำให้คุณภาพการนอนดีขึ้น

ไทรอยด์มีปัญหา

2. ไทรอยด์มีปัญหา

ฮอร์โมนไทรอยด์ มีหน้าที่สำคัญในการควบคุม ระบบเผาผลาญของร่างกาย หากมีฮอร์โมนไทรอยด์ ต่ำเกินไปร่างกายจะผลิตพลังงาน ออกมาน้อยกว่าที่ต้องการ และคุณสามารถรู้สึกเหนื่อยง่าย แต่หากมีฮอร์โมนชนิดนี้มากเกินไป คุณอาจรู้สึกว่ามีพลังงานเพิ่มขึ้นในช่วงแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็สามารถทำให้กล้ามเนื้อสลายตัว และเกิดการอักเสบ อย่างไรก็ดี คุณสามารถมีส่วนช่วยให้ต่อมไทรอยด์มีสุขภาพดี โดยนอนให้เพียงพอ และทานอาหารที่มีแร่ธาตุซิงก์ ซีลีเนียม เหล็ก และไอโอดีน ซึ่งสามารถพบได้ในพืชทะเล ไข่ ปลา และ เกลือ

ร่างกายขาดน้ำ

3. ร่างกายขาดน้ำ

ภาวะขาดน้ำ สามารถทำให้คุณมีอาการอ่อนล้า ขณะออกกำลังกายเช่นกัน เพราะเมื่อร่างกายขาดน้ำ หัวใจจำเป็นต้องทำงานหนักขึ้น นอกจากนี้ หากคุณดื่มน้ำไม่เพียงพอ ก็จะทำให้ปริมาณเลือดลดลง ส่งผลให้หัวใจเต้นเร็ว และแรงขึ้น เพื่อให้สารอาหาร และออกซิเจน ถูกส่งไปยังกล้ามเนื้อ ยิ่งไปกว่านั้น ขณะที่คุณออกกำลังกาย ร่างกายจะขับน้ำออกมาในรูปแบบของเหงื่อ นั่นหมายความว่า คุณได้สูญเสียอิเล็กทรอไลต์อย่างโซเดียม และโพแทสเซียม ซึ่งสารอาหารเหล่านี้ สำคัญต่อการทำงานของร่างกาย อย่างไรก็ตาม หากสงสัยว่าตัวเอง ดื่มน้ำเพียงพอแล้ว หรือไม่ ให้ลองสังเกตที่สีของปัสสาวะ ซึ่งสีควรจะเป็นสีเหลืองอ่อน

4. บริโภคคาร์บน้อยเกินไป

ร่างกายจะดึงกลูโคสมาใช้ ในขณะที่คุณออกกำลังกาย ซึ่งกลูโคสเป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่ง ที่มอบพลังงานให้แก่ร่างกาย แม้ว่าร่างกายสามารถใช้โปรตีน และไขมันเป็นพลังงาน แต่ก็ไม่ได้นำมาใช้ได้ง่าย เท่ากับคาร์โบไฮเดรต ดังนั้น หากคุณกำลังอยู่ในช่วง ที่จำกัดการทานอาหารประเภทคาร์บ ก็อาจรู้สึกหมดแรงได้ง่าย ในระหว่างที่ออกกำลังกายอย่างหนัก

5. ไม่ปล่อยให้ร่างกายมีเวลาฟื้นฟูตัวเอง

การออกกำลังกายแบบหักโหม โดยไม่ปล่อยให้ร่างกาย มีเวลาฟื้นฟูตัวเอง อาจทำให้กล้ามเนื้ออ่อนล้าได้ ทั้งนี้ การออกกำลังกาย ทำให้เกิดภาวะถูกออกซิไดซ์ เกินสมดุล (Oxidative Stress) ซึ่งเกิดขึ้นในระดับเซลล์ และสามารถทำให้เนื้อเยื่อเสียหาย หากคุณออกกำลังกายหนักเกินไป ก็อาจทำให้ร่างกายบาดเจ็บระดับรุนแรง ดังนั้น อย่าลืมปล่อยให้ร่างกาย ได้พักอย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ เพื่อให้มีเวลาฟื้นฟูตัวเอง

ขาดธาตุเหล็ก

6. ขาดธาตุเหล็ก

หากประจำเดือนมาเยอะว่าปกติ หรือคุณงดเนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ ก็อาจทำให้เกิดภาวะ ขาดธาตุเหล็ก ซึ่งส่งผลให้คุณมีอาการอ่อนเพลีย เมื่อร่างกายมีความเข้มข้น ของธาตุเหล็กต่ำ ก็จะทำให้ออกซิเจน ถูกลำเลียงไปยังส่วนต่าง ๆ ได้น้อยลง กล้ามเนื้อและสมอง ก็จะมีประสิทธิภาพในการทำงาน น้อยลงตามไปด้วย ทั้งนี้คุณสามารถป้องกันภาวะขาดธาตุเหล็ก โดยทานอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุชนิดนี้ เช่น หอยนางรม เนื้อวัว ไก่งวง ไก่ ผักใบเขียว ถั่ว ปลา ฯลฯ

ยาบางชนิด

7. ยาบางชนิด

การทานยาบางชนิด อาจทำให้คุณรู้สึกอ่อนเพลีย ซึ่งจะไปทำให้ความดันโลหิตลดลง ดังนั้น ในระหว่างที่คุณออกกำลังกาย คุณอาจรู้สึกหมดแรง เมื่อเลือดไปเลี้ยงสมอง หรือกล้ามเนื้อไม่เพียงพอ ทั้งนี้ หนึ่งในตัวอย่างยาที่ทำให้คุณ มีอาการดังกล่าวก็คือ Statins ซึ่งยาชนิดนี้ ช่วยรักษาภาวะคอเลสเตอรอลสูง ผลข้างเคียงของ Statins คือ ยาจะไปขัดขวางการผลิตโคเอนไซม์ Q10 ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็น ต่อการผลิตพลังงานโดยร่างกาย บางคนจึงมีอาการกล้ามเนื้อเกร็ง หรืออ่อนเพลีย ในระหว่างที่ทานยาชนิดนี้ และจะยิ่งรู้สึกไม่มีแรงมากกว่าปกติ เมื่อออกกำลังกาย หากคุณมีอาการอ่อนเพลียหลังจากทานยา Statins แพทย์ก็อาจเปลี่ยนยาให้ ซึ่งคุณไม่ควรหยุดใช้ยาเอง โดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อน

 

อ่านบทความเพิ่มเติม gang3cha