ทำความรู้จัก-travel-bubble

ทำความรู้จัก travel bubble การท่องเที่ยวแนวใหม่ในวิกฤติโควิด-19

แม้จะผ่านมาหลายเดือนหลังจากที่ COVID – 19 ได้ระบาดในประเทศไทย และเหมือนว่าสถานการณ์การระบาดในไทยตอนนี้จะเบาลง แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ ในภาคเศรษฐกิจการท่องเที่ยวถึงแม้ว่าการเที่ยวในประเทศจะเริ่มกระเตื้องขึ้นมาแล้ว แต่นักท่องเที่ยวในต่างประเทศก็ยังไม่สามารถเข้ามาเที่ยวได้ ทำให้ขาดรายได้ในตรงนี้ไป เพราะโควิดจึงทำให้เกิดโมเดลธุรกิจแบบใหม่ขึ้นมามากมาย travel bubble ก็เป็นหนึ่งในนั้น วันนี้เรามา ทำความรู้จัก travel bubble การท่องเที่ยวแนวใหม่ในวิกฤติโควิด-19 กันดีกว่า

ก่อนที่จะไปรู้จักกับ travel bubble เรามาอัพเดตสถานการณ์ของโควิดในตอนนี้กันก่อนดีกว่า

จากรายงานจากศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประจำวันที่ 4 กันยายน 2563 พบผู้ป่วยรายใหม่ติดเชื้อเพิ่ม 4 คน จนตอนนี้มีผู้ป่วยสะสมภายในประเทศจำนวน 3,431 รักษาตัวหายแล้วจำนวน 3,277 คน และเสียชีวิตจากโควิดจำนวน 58 คน

สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อทั่วโลก พบว่า ในตอนนี้มีผู้ที่ติดเชื้อจำนวน 26,465,221 ราย รักษาหายแล้ว 18,660,112 คน มีผู้เสียชีวิต 60,749 คน

อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด

  1. สหรัฐอเมริกา จำนวน 6,335,244 ราย
  2. บราซิล จำนวน 4,046,150 ราย
  3. อินเดีย จำนวน 3,933,124 ราย
  4. รัสเซีย จำนวน 1,009,995 ราย
  5. เปรู จำนวน 670,145 ราย

ประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 121 จำนวน 3,431 ราย

จากข้อมูลในข้างต้น จะเห็นว่าสถานการณ์โควิดยังไม่เป็นที่ไว้วางใจ และยังเป็นปัญหากับบางธุรกิจ เห็นได้ชัดเลยกับภาคท่องเที่ยว ที่ยังไม่สามารถเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ ได้ ทำให้เกิดแนวคิดการท่องเที่ยวแบบใหม่ขึ้นมาที่เรียกกันว่า travel bubble

travel bubble คืออะไร?

travel bubble คือการจับคู่กัน 2 ประเทศ ที่มีพื้นที่ใกล้เคียงกัน หรือมีภูมิภาคเดียวกัน ที่สามารถจัดการกับโรคระบาดได้ดีเท่า ๆ กัน ให้สามารถเดินทางไปมาหาสู่กันได้ โดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน อาจจะมีเงื่อนไขในการตกลง เช่น ต้องมีใบรับรองการตรวจโรคโควิด 19 เพื่อแสดงสถานะกับเจ้าหน้าที่ แผน Travel Bubble ทำให้เกิดผลประโยชน์ ต่อประเทศที่จับคู่เดินทาง

  • ช่วยฟื้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว
  • เศรษฐกิจการค้า
  • การส่งออกสินค้า – การนำเข้าสินค้า
  • เม็ดเงินจากนักท่องเที่ยว

เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID – 19 เริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ละประเทศเริ่มสนับสนุนการเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น รวมถึงการวางแผนเพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอีกครั้งด้วยการทำ travel bubble โดยคณะผู้วิจัยจากออกซ์ฟอร์ดได้เสนอแนะว่า travel bubble เป็นตัวเลือกที่ดีในการขยายเขตแดนให้ผู้คนจากแต่ละประเทศสามารถเดินทางระหว่างกันได้ ทั้งนี้ การทำ travel bubble จะปลอดภัยก็ต่อเมื่อประเทศที่ทำข้อตกลงร่วมกันมีมาตรการควบคุมโรคที่เข้มงวด ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม และไม่อนุญาตให้ประเทศที่อยู่นอกเหนือข้อตกลงเดินทางเข้าประเทศ จากคำแนะนำดังกล่าวนี้ กลุ่มประเทศที่มีผู้ติดเชื้อต่ำและมีมาตรการการควบคุมเชื้อไวรัสฯ ที่ดีจึงเริ่มวางแผนทำ travel bubble เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจร่วมกัน

ในบางกลุ่มได้เริ่มวางแผนการใช้แล้ว travel bubble เช่น กลุ่มประเทศบอลติก (เอสโตเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนีย ) กลุ่ม Trans-Tasman (ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์) กลุ่ม Bula Bubble (ฟิจิ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์) และกลุ่มสิงคโปร์-จีน 6 มณฑล (เซี่ยงไฮ้ ,เทียนจิน, ฉงชิ่ง, กวางตุ้ง, เจียงซู และเจ้อเจียง)

ในขณะนี้ประเทศก็เริ่มมีแผนการทำ travel bubble เช่นกัน แต่จะทำได้ต่อเมื่อประเทศของเราไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นแล้ว และประเทศคู่ของเราไม่มีผู้ที่ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเหมือนกัน แต่จากสถิติด้านบนประเทศไทยยังมีผู้ที่ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในแต่ละวันอยู่ ต้องรอดูกันว่าเราจะสามารถควบคุมจนทำให้ผู้ติดเชื้อเป้น 0 ได้หรือเปล่า อ่านบทความเพิ่มเติม gang3cha